You're Here : Home
RFID กำลังจะมาหรือว่าแค่กระแส PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Surapong K.   
วันจันทร์ที่ 19 กรกฏาคม 2010 เวลา 09:54 น.

            ทักทายกันในเดือนที่ฝนเริ่มตกชุกมากขึ้น  ถ้าเป็นสมัยก่อนก็จะได้ยินเพลง “ฝนเดือนหก” กันแน่ๆ (ใครไม่เคยได้ยินลองไปฟังที่นี่ http://www.youtube.com/watch?v=57ZvaBzZ-wY)  ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก หรือขนาดพายุจะมา  ก็ยืนยันก็ว่าจะได้อ่านบทความใน 8Baht.com กันแน่ๆ ครับ (เวอร์ไปมั้ยครับ...)   ยืนยันกันด้วยหัวใจทีมงานเลยนะครับ  ว่าเราทุกคนตั้งใจทำงานกันจริงๆ  ด้วยเจตนารมย์ที่จะส่งข่าวสาร สาระและเรื่องราวอันเป็นประโยชน์ถึงทุกคน   กลับมาที่สาระดีๆ ไอทีมันๆ กันคราวนี้ดีกว่า  ผมหยิบเอาเรื่อง RFID มาเล่าให้ฟังครับ 

RFID-008

รู้จักกับ RFID กันหน่อย

             RFID หรือชื่อเต็มๆ ว่า Radio Frequency Identification  เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ต้องเรียกว่าน่าจับตา มองอย่างมากในปัจจุบัน  เนื่องจากคาดกันว่าอนาคตอันใกล้นี้  RFID จะเข้ามามีบทบาทในงานหลายๆ ด้าน เช่น การซื้อขายสินค้าตามร้านค้า หรือว่าซุปเปอร์สโตร์  ระบบขนส่งสินค้าและการคมนาคม  งานปศุสัตว์และภาคการเกษตร รวมไปถึงเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันซึ่งในบางครั้งเราอาจไม่ทราบด้วยว่าสิ่งที่เราใช้มันเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี  RFID นั่นเอง   จะว่าไปแล้ว RFID ก็คือเทคโนโลยีที่ชี้เฉพาะหรือระบุข้อมูลบางอย่างแบบไร้สาย (Wireless) ด้วยสัญญาณคลื่นวิทยุ ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์สองส่วน คือ ส่วนเครื่องอ่าน (Reader) และส่วนป้ายชื่อ (Tag) โดยการทำงานนั้นเครื่องอ่านจะทำหน้าที่จ่ายกำลังงานในรูปคลื่นความถี่วิทยุให้กับตัวป้าย ซึ่งเป็นผลให้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ภายในสามารถส่งข้อมูลจำเพาะกลับมาประมวลผลที่ตัวอ่านได้นั่นเอง

RFID-004

             โดยระหว่างแท็กและตัวอ่านข้อมูล (Reader หรือ Interrogator) จะสื่อสารแบบไร้สายผ่านอากาศ โดยจะนำข้อมูลมาทำการมอดูเลต (Modulation) กับคลื่นพาหะที่เป็นคลื่นความถี่วิทยุโดยมีสายอากาศ (Antenna) ที่อยู่ในตัวอ่านข้อมูลเป็นตัวรับและส่งคลื่นซึ่งแบ่งออกเป็น 2 วิธีด้วยกันคือ วิธีเหนี่ยวนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Inductive Coupling หรือ Proximity Electromagnetic) กับ วิธีการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromegnatic Propogation Coupling)  ซึ่งปัจจุบันแต่ละประเทศมีการรวมกลุ่มกันเพื่อกำหนดมาตรฐานความถี่คลื่นพาหะของระบบ RFID โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มประเทศในยุโรปและอาฟริกา กลุ่มประเทศอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้  และสุดท้ายคือกลุ่มประเทศตะวันออกไกลและออสเตรเลีย ซึ่งแต่ละกลุ่มจะกำหนดแนวทางในการเลือกใช้ความถี่ต่างๆให้แก่บรรดาประเทศสมาชิกนั่นเอง โดยที่ความถี่ของคลื่นพาหะที่นิยมใช้งานกันนั้นมี 3 ระดับคือ ในย่านความถี่ต่ำมาตรฐานที่ใช้งานทั่วไปก็คือ 125 KHz ย่านความถี่ปานกลางอยู่ที่ 13.56 MHz  และย่านความถี่สูงก็คือ 2.45 GHz

 

เราสามารถประยุกต์ RFID ไปทำอะไรได้บ้าง

             โดยทั่วไปแล้ว RFID จะมีลักษณะใกล้เคียงกับการใช้งานบาร์โค้ด (Bar code) อีกทั้งยังสามารถทำงานอีกหลายอย่างที่บาร์โค้ดไม่สามารถทำได้ เนื่องจากบาร์โค้ดจะเป็นระบบที่อ่านได้อย่างเดียว (Read only) ไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่อยู่บนบาร์โค้ดได้ ในขณะที่แท็กของ RFID จะสามารถทั้งอ่านและบันทึกข้อมูลได้  เราจึงสามารถเปลี่ยนแปลง หรือทำการบันทึกข้อมูลที่อยู่ในแท็กได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน

             นอกจากนี้ RFID ยังสามารถใช้งานได้แม้ในขณะที่วัตถุกำลังเคลื่อนที่ เช่น ในขณะที่สินค้ากำลังเคลื่อนที่อยู่บนสายพานการผลิต (Conveyor) ของโรงงาน หรือบางประเทศก็มีการใช้ระบบ RFID ในการเก็บค่าผ่านทางด่วนโดยที่ผู้ใช้บริการทางด่วนไม่ต้องหยุดรถเพื่อจ่ายค่าบริการ ผู้ใช้บริการทางด่วนจะมีแท็กติดอยู่กับรถ และแท็กจะทำการสื่อสารกับตัวอ่านข้อมูล ผ่านสายอากาศขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ตรงบริเวณทางขึ้นทางด่วน ในขณะที่รถแล่นผ่านสายอากาศที่ติดตั้งไว้นั้น ตัวอ่านข้อมูลก็จะคิดค่าบริการและบันทึกจำนวนเงินที่เหลือลงในแท็กโดยอัตโนมัติ หรือแม้กระทั่งการใช้งานในการทำปศุสัตว์เพื่อบันทึกประวัติ หรือระบุความแตกต่างของสัตว์แต่ละตัวที่อยู่ในฟาร์ม  ซึ่งถ้ามองกันที่การประยุกต์เอามาใช้กับด้านการเกษตรและปศุสัตว์น่าจะเหมาะมากกับบ้านเรา  เพราะเป็นประเทศที่ทำการเกษตรค่อนข้างเยอะ

RFID-010

              ข้อดีของระบบ RFID อีกอย่างก็คือ แท็กและตัวอ่านข้อมูลสามารถสื่อสารผ่านตัวกลางได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำ  พลาสติก  กระจก หรือวัสดุทึบแสงอื่นๆในขณะที่บาร์โค้ดทำไม่ได้  นอกจากที่กล่าวมาแล้วRFID ยังสามารถประยุกต์นำไปใช้งานได้อีกหลายอย่าง  เช่น  การทำระบบทะเบียนประวัติ บัตรประชาชน (e-Citizen)   ระบบข้อมูลประวัติการรักษาพยาบาล (Health Care) ระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ (e-Ticket)    ระบบบัญชีรายการอัตโนมัติ (Automated Inventory) ระบบบอกรหัสพนักงาน (Automatic Teller) หรือระบบอนุญาตเข้าออกสำนักงาน (Security Access)   ขึ้นอยู่กับแนวคิดและความคุ้มค่าที่จะนำไปใช้  ซึ่งคงต้องมีการศึกษา  ทดลองก่อนการนำไปใช้งานจริงๆ ต่อไป

 

RFID จะเป็นแค่กระแสหรือไม่

              ตอบตรงนี้เลยว่าคงไม่  แต่ว่าจะสามารถนำมาใช้ได้อย่างเป็นประโยชน์  คุ้มค่า  และแพร่หลายได้ขนาดไหน  โดยเฉพาะในบ้านเราคงต้องจับตาดูกันไปอีกสักพัก  แต่ที่น่ายินดีก็คือในภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านของการพัฒนา และส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีก็มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการพัฒนา RFID มาใช้งาน และผลักดัน ส่งเสริมให้เกิดการใช้งานจริงมากขึ้น   และต้องยอมรับอีกอย่างหนึ่งว่าคลื่นแห่งโลกาภิวัตน์ก็มีส่วนทำให้บ้านเราอยู่เฉยไม่ได้  ถ้าทั่วโลกเขานำ RFID มาใช้กันอย่างแพร่หลาย   อีกไม่นาน RFID จะเข้าไปอยู่ใกล้ๆ ตัวคุณ หรืออยู่ในบ้านคุณอย่างแน่นอน  ทำความรู้จักกับมันไว้เถอะครับ

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 19 กรกฏาคม 2010 เวลา 09:59 น.
 

เข้าสู่ระบบ

Lost Password Forgot Username Register

Shopping Cart

VirtueMart
รถเข็นของท่านยังไม่มีรายการสินค้า

รับข่าวสาร