Hot Line : 02-744-9397
Mail : sale@8baht.com

| RFID กำลังจะมาหรือว่าแค่กระแส |
|
|
|
| เขียนโดย Surapong K. |
| วันจันทร์ที่ 19 กรกฏาคม 2010 เวลา 09:54 น. |
|
ทักทายกันในเดือนที่ฝนเริ่มตกชุกมากขึ้น ถ้าเป็นสมัยก่อนก็จะได้ยินเพลง “ฝนเดือนหก” กันแน่ๆ (ใครไม่เคยได้ยินลองไปฟังที่นี่ http://www.youtube.com/watch?v=57ZvaBzZ-wY) ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก หรือขนาดพายุจะมา ก็ยืนยันก็ว่าจะได้อ่านบทความใน 8Baht.com กันแน่ๆ ครับ (เวอร์ไปมั้ยครับ...) ยืนยันกันด้วยหัวใจทีมงานเลยนะครับ ว่าเราทุกคนตั้งใจทำงานกันจริงๆ ด้วยเจตนารมย์ที่จะส่งข่าวสาร สาระและเรื่องราวอันเป็นประโยชน์ถึงทุกคน กลับมาที่สาระดีๆ ไอทีมันๆ กันคราวนี้ดีกว่า ผมหยิบเอาเรื่อง RFID มาเล่าให้ฟังครับ
รู้จักกับ RFID กันหน่อย RFID หรือชื่อเต็มๆ ว่า Radio Frequency Identification เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ต้องเรียกว่าน่าจับตา มองอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากคาดกันว่าอนาคตอันใกล้นี้ RFID จะเข้ามามีบทบาทในงานหลายๆ ด้าน เช่น การซื้อขายสินค้าตามร้านค้า หรือว่าซุปเปอร์สโตร์ ระบบขนส่งสินค้าและการคมนาคม งานปศุสัตว์และภาคการเกษตร รวมไปถึงเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันซึ่งในบางครั้งเราอาจไม่ทราบด้วยว่าสิ่งที่เราใช้มันเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี RFID นั่นเอง จะว่าไปแล้ว RFID ก็คือเทคโนโลยีที่ชี้เฉพาะหรือระบุข้อมูลบางอย่างแบบไร้สาย (Wireless) ด้วยสัญญาณคลื่นวิทยุ ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์สองส่วน คือ ส่วนเครื่องอ่าน (Reader) และส่วนป้ายชื่อ (Tag) โดยการทำงานนั้นเครื่องอ่านจะทำหน้าที่จ่ายกำลังงานในรูปคลื่นความถี่วิทยุให้กับตัวป้าย ซึ่งเป็นผลให้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ภายในสามารถส่งข้อมูลจำเพาะกลับมาประมวลผลที่ตัวอ่านได้นั่นเอง
โดยระหว่างแท็กและตัวอ่านข้อมูล (Reader หรือ Interrogator) จะสื่อสารแบบไร้สายผ่านอากาศ โดยจะนำข้อมูลมาทำการมอดูเลต (Modulation) กับคลื่นพาหะที่เป็นคลื่นความถี่วิทยุโดยมีสายอากาศ (Antenna) ที่อยู่ในตัวอ่านข้อมูลเป็นตัวรับและส่งคลื่นซึ่งแบ่งออกเป็น 2 วิธีด้วยกันคือ วิธีเหนี่ยวนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Inductive Coupling หรือ Proximity Electromagnetic) กับ วิธีการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromegnatic Propogation Coupling) ซึ่งปัจจุบันแต่ละประเทศมีการรวมกลุ่มกันเพื่อกำหนดมาตรฐานความถี่คลื่นพาหะของระบบ RFID โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มประเทศในยุโรปและอาฟริกา กลุ่มประเทศอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ และสุดท้ายคือกลุ่มประเทศตะวันออกไกลและออสเตรเลีย ซึ่งแต่ละกลุ่มจะกำหนดแนวทางในการเลือกใช้ความถี่ต่างๆให้แก่บรรดาประเทศสมาชิกนั่นเอง โดยที่ความถี่ของคลื่นพาหะที่นิยมใช้งานกันนั้นมี 3 ระดับคือ ในย่านความถี่ต่ำมาตรฐานที่ใช้งานทั่วไปก็คือ 125 KHz ย่านความถี่ปานกลางอยู่ที่ 13.56 MHz และย่านความถี่สูงก็คือ 2.45 GHz
เราสามารถประยุกต์ RFID ไปทำอะไรได้บ้าง โดยทั่วไปแล้ว RFID จะมีลักษณะใกล้เคียงกับการใช้งานบาร์โค้ด (Bar code) อีกทั้งยังสามารถทำงานอีกหลายอย่างที่บาร์โค้ดไม่สามารถทำได้ เนื่องจากบาร์โค้ดจะเป็นระบบที่อ่านได้อย่างเดียว (Read only) ไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่อยู่บนบาร์โค้ดได้ ในขณะที่แท็กของ RFID จะสามารถทั้งอ่านและบันทึกข้อมูลได้ เราจึงสามารถเปลี่ยนแปลง หรือทำการบันทึกข้อมูลที่อยู่ในแท็กได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน นอกจากนี้ RFID ยังสามารถใช้งานได้แม้ในขณะที่วัตถุกำลังเคลื่อนที่ เช่น ในขณะที่สินค้ากำลังเคลื่อนที่อยู่บนสายพานการผลิต (Conveyor) ของโรงงาน หรือบางประเทศก็มีการใช้ระบบ RFID ในการเก็บค่าผ่านทางด่วนโดยที่ผู้ใช้บริการทางด่วนไม่ต้องหยุดรถเพื่อจ่ายค่าบริการ ผู้ใช้บริการทางด่วนจะมีแท็กติดอยู่กับรถ และแท็กจะทำการสื่อสารกับตัวอ่านข้อมูล ผ่านสายอากาศขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ตรงบริเวณทางขึ้นทางด่วน ในขณะที่รถแล่นผ่านสายอากาศที่ติดตั้งไว้นั้น ตัวอ่านข้อมูลก็จะคิดค่าบริการและบันทึกจำนวนเงินที่เหลือลงในแท็กโดยอัตโนมัติ หรือแม้กระทั่งการใช้งานในการทำปศุสัตว์เพื่อบันทึกประวัติ หรือระบุความแตกต่างของสัตว์แต่ละตัวที่อยู่ในฟาร์ม ซึ่งถ้ามองกันที่การประยุกต์เอามาใช้กับด้านการเกษตรและปศุสัตว์น่าจะเหมาะมากกับบ้านเรา เพราะเป็นประเทศที่ทำการเกษตรค่อนข้างเยอะ
ข้อดีของระบบ RFID อีกอย่างก็คือ แท็กและตัวอ่านข้อมูลสามารถสื่อสารผ่านตัวกลางได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำ พลาสติก กระจก หรือวัสดุทึบแสงอื่นๆในขณะที่บาร์โค้ดทำไม่ได้ นอกจากที่กล่าวมาแล้วRFID ยังสามารถประยุกต์นำไปใช้งานได้อีกหลายอย่าง เช่น การทำระบบทะเบียนประวัติ บัตรประชาชน (e-Citizen) ระบบข้อมูลประวัติการรักษาพยาบาล (Health Care) ระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ (e-Ticket) ระบบบัญชีรายการอัตโนมัติ (Automated Inventory) ระบบบอกรหัสพนักงาน (Automatic Teller) หรือระบบอนุญาตเข้าออกสำนักงาน (Security Access) ขึ้นอยู่กับแนวคิดและความคุ้มค่าที่จะนำไปใช้ ซึ่งคงต้องมีการศึกษา ทดลองก่อนการนำไปใช้งานจริงๆ ต่อไป
RFID จะเป็นแค่กระแสหรือไม่ ตอบตรงนี้เลยว่าคงไม่ แต่ว่าจะสามารถนำมาใช้ได้อย่างเป็นประโยชน์ คุ้มค่า และแพร่หลายได้ขนาดไหน โดยเฉพาะในบ้านเราคงต้องจับตาดูกันไปอีกสักพัก แต่ที่น่ายินดีก็คือในภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านของการพัฒนา และส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีก็มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการพัฒนา RFID มาใช้งาน และผลักดัน ส่งเสริมให้เกิดการใช้งานจริงมากขึ้น และต้องยอมรับอีกอย่างหนึ่งว่าคลื่นแห่งโลกาภิวัตน์ก็มีส่วนทำให้บ้านเราอยู่เฉยไม่ได้ ถ้าทั่วโลกเขานำ RFID มาใช้กันอย่างแพร่หลาย อีกไม่นาน RFID จะเข้าไปอยู่ใกล้ๆ ตัวคุณ หรืออยู่ในบ้านคุณอย่างแน่นอน ทำความรู้จักกับมันไว้เถอะครับ
|
| แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 19 กรกฏาคม 2010 เวลา 09:59 น. |













